กระดาษทําผิวกล่องในท้องตลาดอาจมีชื่อเรียกที่หลากหลายแล้วแต่ผู้ผลิตกระดาษ

แต่ละรายจะกําหนดโดยมีความแตกต่างที่คุณภาพและลักษณะที่ปรากฎเป็นหลัก

ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น ประเภทใหญ่ ได้ 4 ประเภท

กระดาษทําผิวกล่องสีขาว (KS)

กระดาษทําผิวกล่องสีขาวจะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้า ที่มีความต้องการใช้งานกล่องที่เน้นความแข็งแรงควบคู่ไปกับความสวยงาม ในด้านการพิมพ์มีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 170 กรัมต่อตารางเมตร

กระดาษทําผิวกล่องสีเหลืองทอง (KA)

กระดาษทําผิวกล่องสีเหลืองทอง เป็นกระดาษที่เน้น ไปที่ความแข็งแรงในการผลิตกล่องที่ต้องการความสามารถในการเรียงซ้อนและรับน้ำหนัก สีเหลืองทองที่โดดเด่น เป็นสีที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ในกลุ่มลูกค้าในเอเซีย เนื่องจากในความเชื่อของชาวจีนจะถือว่าสีเหลืองทองดังกล่าวเป็นสีที่เป็นมงคล มีน้ำหนักมาตรฐานตั้งแต่ 125, 150, 185 จนถึง 230 กรัมต่อตารางเมตร

กระดาษทําผิวกล่องสีธรรมชาติ (KI)

กระดาษทําผิวกล่องสีธรรมชาติ เป็นกระดาษที่เน้นในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถนําไปใช้งานในการกลุ่มสินค้าที่ต้องการความสามารถในการรับแรงได้ในระดับหนึ่งสีที่เป็นสีอ่อนเป็นธรรมชาติทําให้งานพิมพ์บนกล่องมีความโดดเด่นสวยงามมีน้ำหนักมาตรฐานตั้งแต่125,150และ185กรัมต่อตารางเมตร

กระดาษทําลอนลูกฟูก CA หรือ M (Corrugating Medium)

ประกอบด้วยกล่อง 2 ชิ้น คือฝาครอบกับตัวกล่องซึ่งต่างก็เป็นแบบslotted style ทนต่อการโก่งตัวและบวมโค้งงอ(bulging & bulking)เมื่อกล่องได้รับน้ำหนักทับมากบางครั้งผู้ผลิตก็จงใจที่จะให้มีการบรรจุสินค้ามากเกินไป(over-packed)แต่กล่องก็สามารถรับน้ำหนักได้ดี
ข้อมูลทั่วไป (General Information)
ชนิดของกระดาษลูกฟูกใช้อยู่ ณ ปัจจุบันมีด้วยกัน 3 ชนิด ดังต่อไปนี้

1.กระดาษลูกฟูก 2 ชั้น (Single Face)

จะประกอบด้วย กระดาษแผ่นเรียบ 1 แผ่น ประกบกับลอนลูกฟูก 1 แผ่นจะนิยมใช้สำหรับกันกระแทกสินค้าหรือใช้ปะกล่อง Offset ลอนมาตรฐานที่ใช้ คือ B,C,E

2.กระดาษลูกฟูก 3 ชั้น (Single Wall)

จะประกอบด้วยกระดาษแผ่นเรียบ 2 แผ่น ประกบกับลอนลูกฟูก 1 แผ่นโดยลอนลูกฟูกจะอยู่ตรงกลางระหว่างกระดาษแผ่นเรียบทั้ง 2 ซึ่งมักใช้กับสินค้าที่มีน้ำหนักปานกลางหรือไม่เน้นความแข็งแรงมากนักลอนมาตรฐานที่ใช้ คือB,C,E

3.กระดาษลูกฟูก 5 ชั้น (Double Wall)

จะประกอบด้วยกระดาษแผ่นเรียบ 3 แผ่นประกบกับลอนลูกฟูก 2 แผ่นวางสลับกันโดยกระดาษลอนลูกฟูกที่อยู่ติดกับผิวกล่องด้านนอกจะเป็นลอน B เพื่อประโยชน์ทางด้านการพิมพ์ และกระดาษลอนลูกฟูกที่อยู่ด้านในจะเป็นลอน C เพื่อประโยชน์ทางด้านการรับแรงกระแทกจะนิยมใช้สำหรับสินค้าที่ต้องการการป้องกันสูงหรือสินค้าที่มีน้ำหนักมากลอนมาตรฐานที่ใช้คือB,C(ลอนBจะอยู่ด้านนอกส่วนลอนCจะอยู่ด้านใน)

ลอนลูกฟูก ( Corrugations Flute )

เราทุกคนต่างทราบกันดีว่า ถ้าเส้นโค้งนำมาปรับให้เหมาะสม จะเป็นการทำให้พื้นที่ต้องการทอดข้ามเกิดความแข็งแรงมากที่สุดดังนั้นผู้ผลิตกระดาษลูกฟูกจึงนำหลักการเดียวกันนี้ เข้ามาใช้ในการผลิตความโค้งของลอนกระดาษลูกฟูกโดยเราเรียกเส้นโค้ง ของกระดาษนี้ว่า"ลอนลูกฟูก"และเมื่อนำลอนนี้มาติดกับแผ่นกระดาษเรียบ (Linerboard) พวกมันจะสามารถทนทานต่อความโค้งงอและแรงกดได้จากทุกทิศทางลอนลูกฟูกมีหลายชนิดโดยลอนแต่ละประเภทจะมีขนาดและความสูงของลอนไม่เท่ากันรวมถึงความเหมาะสมกับการใช้งานก็แตกต่างกันด้วยตารางด้านล่างจะเป็นการนำลอนแต่ละชนิดมาเปรียบเทียบเพื่อทำความเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น